จ่าทหารหนุ่มสะพายกระเป๋าแฟนภายในมีเงินสด 2.3 แสนบาท จะนำไปเข้าธนาคาร แต่ถูกคนร้ายกระชากไปได้ และหลบหนีไปลอยนวล ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ เผื่อจะสามารถจับภาพคนร้ายได้
       
       วันนี้ (24 ธ.ค.) เมื่อเวลา 12.30 น. พ.ต.ท.วชิระชัย พันธ์ทอง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.บางชัน รับแจ้งมีเหตุวิ่งราวทรัพย์กระเป๋าบริเวณข้างธนาคารกรุงเทพ สาขาสวนสยาม ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสามแยกเข้าสวนสยาม ที่หน้าธนาคารดังกล่าว พบ จ.ส.อ.ธีรวัฒน์ คำพลอย อายุ 27 ปี ทหารสังกัด บก.สส. อยู่บ้านเลขที่ 812/229 ซอยประชาชื่น 24 ถนนประชาชื่น แขวงและเขตบางซื่อ กทม. และ น.ส.พรรณณิดา อัศวกวินทิพย์ อายุ 25ปี พนักงานธนาคารไทยพานิชย์ สาขาห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว อยู่บ้านเลขที่ 45 ซอยเสรีไทย 81 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม แฟนสาว ยืนรอพบเจ้าหน้าที่อยู่ โดยฝ่ายหญิงตกใจจนช็อกเอาแต่ร้องไห้ จึงเชิญมาสอบปากคำที่ สน.บางชัน
       
       จากการสอบสวน จ.ส.อ.ธีรวัฒน์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้จอดรถแวะกินอาหารที่ร้านวันดี อยู่ห่างจากธนาคารประมาณ 500 ม. จากนั้นได้เดินมาที่ธนาคารกรุงเทพ เพื่อเบิกเงิน 30,000 บาท ไปจ่ายค่าบัตรเครดิตของตน จากนั้นก็จะเอาเงินสดอีก 200,000 บาท ซึ่งเป็นของน้าไปเข้าธนาคารไทยพาณิชย์ ที่อยู่ติดๆ กัน โดยตนเป็นคนสะพายกระเป๋าพาดไหล่เอาไว้
       
       จ.ส.อ.ธีรวัฒน์ ให้การต่อว่า เมื่อเดินมาถึงบริเวณข้างธนาคารกรุงเทพ มีคนร้าย 2 คน เป็นชายวัยรุ่น 2 คน สวมหมวกกันน๊อกปิดบังใบหน้า ขับขี่จักรยานยนต์ฮอนด้า โซนิค สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาทางด้านหลังก่อนที่กระชากกระเป๋ายี่ห้อกุชชี่ สีน้ำตาล ภายในมีเงินสดราว 230,000 บาท เอกสารบัตรเคดิต และโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่องไปจากมือตน จากนั้นก็รีบเร่งเครื่องรถหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนพยายามวิ่งติดตามแต่ก็ไม่ทัน เห็นแต่คนร้ายขี่รถหนีไปทางถนนเสรีไท ขาเข้ามุ่งหน้าไปทางบางกะปิ
       
       จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรีบวิทยุสกัดจับแต่ยังไม่พบรถคนร้ายแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าคนร้ายอาจจะเป็นแก๊งวิ่งราวทรัพย์ที่ออกตระเวนหาเหยื่อตามถนนต่างๆ จนมาพบผู้เสียหายทั้งสองคนจึงได้ลงมือก่อเหตุ ซึ่งฝ่ายสืบสวนได้กระจายกำลังกันลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหากล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุว่ามีกล้องตัวใดสามารถบันทึกภาพคนร้าย หรือช่วงก่อนหรือหลังเกิดเหตุเอาไว้ได้หรือไม่ เพื่อจะใช้เป็นหลักฐานในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

กล้องวงจรปิด, CCTV, DVR, กล้อง CCTV

ขอขอบคุณข่าวจาก http://manager.co.th/

ตำรวจเร่งหาพยานเพิ่มเติมบางส่วน พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสคนร้ายยิง นศ.เทคนิคกรุงเทพ เพิ่ม เชื่อคนร้ายสะกดรอยตามน่าอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ
       
       จากกรณี นายรณฤทธิ์ วิเวโก อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 กับ นายนภัค ลือชาติเมธีกุล อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าร้าน “9 นายสกรีน” เลขที่ 685 ถ.บรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน เมื่อวันที่ 26 พ.ย.และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือนายอุกฤษณ์ ชาและกุล อายุ 19 ปี ถูกยิงที่แก้มขวากระสุนฝังใน และ นายอรรถพล ชินวงศ์ อายุ 19 ปี ถูกยิงเข้าที่ลำคอ อาการสาหัสตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
       
       วันนี้ (28 พ.ย.) พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนี้ว่าผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้พนักงานสอบสวน ออกหาพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติมในบางส่วนก่อนที่จะไปขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาตามภาพสเกตช์ เพื่อความชัดเจนของคดี ส่วนการตรวจค้นภายในสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) ทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนและระเบิดปิงปองที่พบไว้ทั้งหมด ส่วนที่นำตัวนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน นักศึกษาช่างกลปทุมวัน 5 คน มาสอบสวนและทำประวัติเอาไว้ ก่อนปล่อยตัวกลับไป และจากการสอบสวนได้ข้อมูลมาพอสมควรแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลตากสิน
       
       ด้าน พ.ต.ท.บรรลือศักดิ์ แสงสว่าง สว.สส.สน.ปทุมวัน ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เร่งรัดให้จับกุมตัวมือปืนให้ได้โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับ กก.สืบสวนบก.น.6 โดยฝ่ายสืบสวนของ สน.ปทุมวัน กำลังออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ เพราะอาจได้เบาะแสเพิ่มบ้าง
       
       พ.ต.ท.บรรลือศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า เท่าที่สอบปากคำเพื่อนนักศึกษาของผู้ตายที่ไปด้วยในคืนเกิดเหตุให้การว่าไม่เคยมีเรื่องกับนักศึกษาสถาบันย่านปทุมวันมาก่อน หากเป็นการโกรธแค้นส่วนตัว คนร้ายน่าจะตามออกมาจากสถาบันของกลุ่มผู้ตายมากกว่า เพราะโดยปกติแล้วกลุ่มเด็กสถาบันนี้ไม่ได้มาย่านนี้บ่อยนัก แต่คืนเกิดเหตุทั้งหมดมาเอาชุดกีฬาเท่านั้น ซึ่งคนร้ายน่าจะอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพราะมีพยานเห็นขับรถมาวนดูก่อนลงมือ ซึ่งกลุ่มผู้ตายรู้ตัวว่า อาจเกิดเรื่องจึงเข้าไปหลบอยู่ในร้านสักครู่ มือปืนก็เข้ามาเปิดประตูบุกยิงก่อนหลบหนีไป
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกำลังตรวจสอบประวัตินักศึกษาปัจจุบัน และศิษย์เก่าของสถาบันดัง 2 สถาบันในย่านใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ เพราะทั้งสองสถาบันนี้จะมีหน่วยลาดตระเวณคอยดูความเคลื่อนไหวโดยรอบสถาบัน หากมีนักเรียนช่างกลต่างถิ่นเข้ามา ก็จะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกไปก่อเหตุ เพื่อเป็นการประกาศศักดาให้เป็นที่เกรงขาม

 โฆษกบริษัทอีสต์ เจเปน เรลเวย์ เปิดเผยว่า ทางบริษัทกำลังพิจารณาติดตั้งกล้อง CCTVในรถไฟบางขบวนของเส้นทางการเดินรถสายไซเกียวของกรุงโตเกียว โดยเส้นทางดังกล่าวมีชื่อเสียงในด้านที่ไม่ดีเกี่ยวกับการลวนลามผู้หญิง สื่อมวลชนของญี่ปุ่นรายงานว่า กล้องดังกล่าวจะถูกติดตั้งบนเพดานหรือเหนือศีรษะของผู้โดยสารในโครงการนำร่อง ซึ่งจะเริ่มโดยเร็วที่สุดภายในเดือนนี้
        ทั้งนี้ รถไฟของญี่ปุ่นมีชื่อเสียงด้านการลวนลาม โดยนักลวนลามจำนวนหนึ่งได้แลกเปลี่ยนเคล็ดลับกันผ่านอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับการลูบไล้หรือการพยายามแอบถ่ายรูปภาพหญิงสาวในตู้โดยสารรถไฟซึ่งแออัด ทางการญี่ปุ่นจึงเริ่มจัดตู้โดยสารรถไฟสำหรับผู้หญิงเท่านั้นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเมื่อปี 2544
        เจ้าหน้าที่ตำรวจของกรุงโตเกียวต้องรับมือกับคดีการลวนลามถึง 2,000 คดีในแต่ละปี โดยผลสำรวจจากมูลนิธินิปปอน ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระบุว่า กว่าร้อยละ 80 ของผู้หญิงเคยถูกลวนลามบนรถไฟ ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดลวนลามทางเพศอาจจะต้องรับโทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับกว่า 500,000 เยน (ประมาณ 187,300 บาท) หรือจำคุก 10 ปี หากใช้ความรุนแรงหรือข่มขู่คุกคาม

 ขอขอบคุณข่าวจาก http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000153183&Keyword=cctv